พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๑
ฉบับเต็ม ๗๔ มาตรา — คลิกมาตราเพื่อขยาย
ม.1ชื่อพระราชบัญญัติ▶
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๑"
ม.2วันบังคับใช้▶
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ม.3ยกเลิก พ.ร.บ. เดิม▶
ให้ยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๐๗ (๒) พระราชบัญญัติลูกเสือ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๙ (๓) พระราชบัญญัติลูกเสือ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๘ (๔) พระราชบัญญัติลูกเสือ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๐
ม.4นิยาม▶
ในพระราชบัญญัตินี้ "ลูกเสือ" หมายความว่า เด็กและเยาวชนทั้งชายและหญิงที่สมัครเข้าเป็นลูกเสือทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา ส่วนลูกเสือที่เป็นหญิงให้เรียกว่า "เนตรนารี" "บุคลากรทางการลูกเสือ" หมายความว่า ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ผู้ตรวจการลูกเสือ กรรมการลูกเสือ อาสาสมัครลูกเสือ และเจ้าหน้าที่ลูกเสือ "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ม.5ผู้รักษาการ▶
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอํานาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ม.6คณะลูกเสือแห่งชาติ▶
ให้มีคณะลูกเสือแห่งชาติ ประกอบด้วย บรรดาลูกเสือทั้งปวงและบุคลากรทางการลูกเสือ
ม.7ประมุข▶
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ
ม.8วัตถุประสงค์▶
คณะลูกเสือแห่งชาติมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาลูกเสือทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ และช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคีและมีความเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้เพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของประเทศชาติ ตามแนวทางดังต่อไปนี้ (๑) ให้มีนิสัยในการสังเกต จดจํา เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง (๒) ให้ซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (๓) ให้รู้จักบําเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ (๔) ให้รู้จักทําการฝีมือและฝึกฝนให้ทํากิจการต่างๆ ตามความเหมาะสม (๕) ให้รู้จักรักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม และความมั่นคงของประเทศชาติ
ม.9หน้าที่กระทรวงศึกษาธิการ▶
ให้กระทรวงศึกษาธิการมีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนงานของคณะลูกเสือแห่งชาติเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของคณะลูกเสือแห่งชาติ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการดําเนินการของสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ สํานักงานลูกเสือจังหวัด สํานักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดกิจกรรมลูกเสือเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
ม.10เบี้ยประชุมและค่าตอบแทน▶
ให้กรรมการสภาลูกเสือไทย กรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ กรรมการลูกเสือจังหวัด และกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา ได้รับเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนอื่นตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
ม.11สภาลูกเสือไทย▶
ให้มีสภาลูกเสือไทย ประกอบด้วย (๑) นายกรัฐมนตรี เป็นสภานายก (๒) รองนายกรัฐมนตรี เป็นอุปนายก (๓) กรรมการโดยตําแหน่ง ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการสภากาชาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้อํานวยการศูนย์ปฏิบัติการลูกเสือชาวบ้าน (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนไม่เกินแปดสิบคน ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย ให้เลขาธิการสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ รองเลขาธิการและผู้ช่วยเลขาธิการสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ สภาลูกเสือไทยอาจมีสภานายกกิตติมศักดิ์ อุปนายกกิตติมศักดิ์ และกรรมการกิตติมศักดิ์ ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
ม.12อำนาจสภาลูกเสือไทย▶
สภาลูกเสือไทยมีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) วางนโยบายเพื่อความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าของคณะลูกเสือแห่งชาติ (๒) ให้คําแนะนําในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ (๓) พิจารณารายงานประจําปีของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ
ม.13วาระกรรมการทรงคุณวุฒิ (สภา)▶
นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสภาลูกเสือไทยพ้นจากตําแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) เป็นบุคคลล้มละลาย (๔) เป็นผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ (๕) ได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ม.14เหตุพ้นวาระ▶
นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๓ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๑ (๔) พ้นจากตําแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) เป็นบุคคลล้มละลาย (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๕) ได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก
ม.15คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ▶
ให้มีคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของคณะลูกเสือแห่งชาติ ประกอบด้วย (๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ (๒) กรรมการโดยตําแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการและปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธานกรรมการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการสภากาชาดไทย ผู้อํานวยการสํานักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน ผู้อํานวยการสํานักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และผู้อํานวยการศูนย์ปฏิบัติการลูกเสือชาวบ้าน (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนไม่เกินสิบห้าคน ซึ่งสภานายกสภาลูกเสือไทยแต่งตั้งโดยคําแนะนําของกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติตาม (๑) และ (๒) ซึ่งในจํานวนนี้ต้องมาจากภาคเอกชนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ให้เลขาธิการสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ รองเลขาธิการและผู้ช่วยเลขาธิการสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ม.16วาระกรรมการบริหาร▶
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๕ (๓) มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตําแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดําเนินการแต่งตั้งกรรมการใหม่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กรรมการพ้นจากตําแหน่ง และให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งอยู่ในตําแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดํารงตําแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่ดําเนินการแต่งตั้งแทนก็ได้ ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๔ มาใช้บังคับแก่การพ้นจากตําแหน่งของกรรมการตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม
ม.17อำนาจหน้าที่คณะกรรมการบริหาร▶
คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติมีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) ดําเนินการตามวัตถุประสงค์ของคณะลูกเสือแห่งชาติและตามนโยบายของสภา (๒) ส่งเสริมความสัมพันธ์กับคณะลูกเสือนานาชาติ (๓) สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการพัฒนาบุคลากรทางการลูกเสือ (๔) สนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง (๕) จัดการทรัพย์สินของสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ (๖) ให้ความเห็นชอบในการลงทุนเพื่อประโยชน์ของสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ (๗) ออกข้อบังคับของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัตินี้โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๘) วางระเบียบและแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับกิจการลูกเสือ (๙) จัดทํารายงานประจําปีเสนอสภาลูกเสือไทยพิจารณา ตามมาตรา ๑๒ (๓) (๑๐) แต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ (๑๑) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติมอบหมาย (๑๒) กํากับดูแล สนับสนุนและส่งเสริมกิจการลูกเสือชาวบ้าน (๑๓) จัดตั้งตําแหน่งกิตติมศักดิ์และตําแหน่งอื่นใดที่มิได้ระบุไว้ในพระราชบัญญัตินี้ (๑๔) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติหรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ม.18สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ▶
ให้มีสํานักงานลูกเสือแห่งชาติเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น ให้สํานักงานลูกเสือแห่งชาติมีฐานะเป็นนิติบุคคลและอยู่ในกํากับของกระทรวงศึกษาธิการ การจัดแบ่งส่วนงานภายในของสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ ให้เป็นไปตามข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ
ม.19เลขาธิการ สลช.▶
เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการของสํานักงานลูกเสือแห่งชาติให้รัฐมนตรีแต่งตั้งรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการคนหนึ่งทําหน้าที่เลขาธิการสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ และแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงอื่นในกระทรวงศึกษาธิการทําหน้าที่รองเลขาธิการและผู้ช่วยเลขาธิการตามจํานวนที่เหมาะสม โดยการเสนอของเลขาธิการสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการตามวรรคหนึ่งให้ถือเป็นการปฏิบัติราชการด้วย
ม.20อำนาจหน้าที่ สลช.▶
ให้สํานักงานลูกเสือแห่งชาติเป็นส่วนหนึ่งของราชการในกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้โดยให้รัฐบาลสนับสนุนเงินงบประมาณประจําปีตามความจําเป็น
ม.21รายได้ สลช.▶
บรรดารายได้ของสํานักงานลูกเสือแห่งชาติไม่ต้องนําส่งคลังเป็นรายได้ของแผ่นดิน
ม.22เงินไม่ต้องนำส่งคลัง▶
ให้สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ
ม.23อำนาจเลขาธิการ▶
ให้สํานักงานลูกเสือแห่งชาติจัดทํางบดุลและบัญชีรายรับรายจ่ายส่งผู้สอบบัญชีภายใน ๙๐ วันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี
ม.24เลขาธิการเป็นผู้แทน▶
ในแต่ละจังหวัด ให้จัดระเบียบการปกครองลูกเสือตามกฎกระทรวง มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการลูกเสือจังหวัด
ม.25ไม่อยู่ใต้กฎหมายแรงงาน▶
ให้มีคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด ประกอบด้วย (๑) ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ (๒) กรรมการโดยตําแหน่ง ได้แก่ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นรองประธานกรรมการ ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด หัวหน้าสํานักงานจังหวัด และผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตในจังหวัด (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนไม่เกิน ๑๒ คน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง (๔) ผู้กํากับการลูกเสือจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ ให้นํามาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับกับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการลูกเสือจังหวัดโดยอนุโลม
ม.26การบัญชี▶
คณะกรรมการลูกเสือจังหวัดมีอํานาจหน้าที่ในจังหวัดตามกฎหมายนี้ โดยอนุโลมตามอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติตามมาตรา ๑๖ (๑) และ (๔) ถึง (๑๑) และปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติมอบหมาย
ม.27งบการเงิน▶
ให้สํานักงานลูกเสือแห่งชาติจัดทํางบการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีส่งผู้สอบบัญชีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณเพื่อตรวจสอบ ให้สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลภายนอกตามที่คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติแต่งตั้งด้วยความเห็นชอบจากสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ และให้ทําการตรวจสอบรับรองบัญชีและการเงินของสํานักงานลูกเสือแห่งชาติทุกรอบปีงบประมาณ แล้วทํารายงานผลการสอบบัญชีเสนอต่อคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณทุกปี
ม.28การปกครองตามเขตจังหวัด▶
ในแต่ละจังหวัดให้จัดระเบียบการปกครองลูกเสือตามเขตจังหวัด สําหรับการจัดระเบียบการปกครองลูกเสือในกรุงเทพมหานครและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมายจัดตั้งเป็นรูปแบบพิเศษให้เป็นไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง
ม.29คณะกรรมการลูกเสือจังหวัด▶
ให้มีคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด ประกอบด้วย (๑) ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ (๒) กรรมการโดยตําแหน่งได้แก่ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดจังหวัด นายกเหล่ากาชาดจังหวัด ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายอําเภอ นายกเทศมนตรี นายกสมาคมการศึกษาเอกชนจังหวัด และผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา (๓) กรรมการประเภทผู้แทนจํานวนห้าคน ได้แก่ ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ผู้แทนสถานศึกษาอาชีวศึกษา ผู้แทนค่ายลูกเสือจังหวัด ผู้แทนสมาคมหรือสโมสรลูกเสือ และผู้แทนจากลูกเสือชาวบ้านซึ่งเลือกกันเองกลุ่มละหนึ่งคน (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนไม่เกินสิบคน ซึ่งประธานกรรมการแต่งตั้งโดยคําแนะนําของกรรมการลูกเสือจังหวัดตาม (๒) และ (๓) ในจํานวนนี้จะต้องแต่งตั้งจากภาคเอกชนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ให้ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต ๑ เป็นกรรมการและเลขานุการ ให้ผู้อํานวยการศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ หลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกกรรมการตาม (๓) ให้เป็นไปตามข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ
ม.30นำ ม.๑๒ อนุโลม (คกก.จังหวัด)▶
ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับกับวาระการดํารงตําแหน่งและการพ้นจากตําแหน่งของกรรมการตามมาตรา ๒๙ (๓) และ (๔) โดยอนุโลม
ม.31อำนาจหน้าที่ คกก.จังหวัด▶
คณะกรรมการลูกเสือจังหวัดมีอํานาจหน้าที่ภายในเขตจังหวัดดังต่อไปนี้ (๑) ควบคุมดูแลกิจการลูกเสือให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบของทางราชการและคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ (๒) ส่งเสริมและสนับสนุนความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าของกิจการลูกเสือ (๓) สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการพัฒนาบุคลากรทางการลูกเสือ (๔) ควบคุมดูแลทรัพย์สินในกิจการของลูกเสือจังหวัด (๕) พิจารณาคําขอการจัดตั้งค่ายลูกเสือตามมาตรา ๓๒ (๖) พิจารณารายงานประจําปีของสํานักงานลูกเสือจังหวัด (๗) ให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการประจําปี (๘) ให้คําแนะนําผู้อํานวยการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษาในการปฏิบัติงานลูกเสือ (๙) จัดให้มีทะเบียนและสถิติต่างๆ เกี่ยวกับการดําเนินกิจการลูกเสือ (๑๐) ออกระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับกิจการลูกเสือ เพื่อความเหมาะสมแก่การปกครองในจังหวัดซึ่งจะต้องไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย ข้อบังคับและระเบียบของทางราชการและคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ (๑๑) จัดทํารายงานประจําปีและรายงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการลูกเสือในจังหวัดเสนอต่อคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ (๑๒) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ตามที่คณะกรรมการลูกเสือจังหวัดมอบหมาย (๑๓) ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติมอบหมาย
ม.32การตั้งค่ายลูกเสือในจังหวัด▶
การจัดตั้งค่ายลูกเสือในจังหวัดใดต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการลูกเสือจังหวัดและให้คณะกรรมการลูกเสือจังหวัดรายงานต่อคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติทราบ การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติกําหนด
ม.33สำนักงานลูกเสือจังหวัด▶
ให้มีสํานักงานลูกเสือจังหวัดอยู่ในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต ๑ โดยมีผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต ๑ เป็นหัวหน้าสํานักงานลูกเสือจังหวัดบังคับบัญชาและรับผิดชอบการดําเนินงานของสํานักงานลูกเสือจังหวัด และให้ผู้อํานวยการศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเป็นผู้ช่วยหัวหน้าสํานักงานลูกเสือจังหวัด
ม.34ค่ายลูกเสือใน กทม.▶
การจัดตั้งค่ายลูกเสือ การขออนุญาต และการอนุญาตสําหรับค่ายลูกเสือในกรุงเทพมหานครให้นําบทบัญญัติมาตรา ๓๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ม.35สำนักงานลูกเสือเขตพื้นที่▶
ให้มีสํานักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อการบริหารงานลูกเสือในเขตพื้นที่การศึกษานั้น
ม.36คณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่▶
ให้มีคณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา ประกอบด้วย (๑) ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา เป็นประธานกรรมการ (๒) กรรมการโดยตําแหน่ง ได้แก่ ผู้กํากับการสถานีตํารวจภูธรของทุกอําเภอในเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้กํากับการสถานีตํารวจนครบาลของทุกสถานีในเขตพื้นที่การศึกษาของกรุงเทพมหานคร (๓) กรรมการประเภทผู้แทน ได้แก่ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา ผู้แทนสถานศึกษาเอกชน ผู้แทนสถานศึกษาอาชีวศึกษา ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ผู้แทนศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอําเภอ ผู้แทนค่ายลูกเสือ และผู้แทนสมาคมหรือสโมสรลูกเสือ ซึ่งเลือกกันเองกลุ่มละหนึ่งคน (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนไม่เกินเจ็ดคน ซึ่งประธานกรรมการแต่งตั้งโดยคําแนะนําของกรรมการตาม (๒) และ (๓) ในจํานวนนี้จะต้องแต่งตั้งจากภาคเอกชนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ให้รองผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับมอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาแต่งตั้งข้าราชการในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอีกไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ หลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกกรรมการตาม (๓) ให้เป็นไปตามข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ
ม.37นำ ม.๑๖ อนุโลม (คกก.เขต)▶
ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับกับวาระการดํารงตําแหน่งและการพ้นจากตําแหน่งของกรรมการตามมาตรา ๓๖ (๓) และ (๔) โดยอนุโลม
ม.38อำนาจหน้าที่ คกก.เขต▶
ให้คณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษามีอํานาจหน้าที่ภายในเขตพื้นที่การศึกษา ดังต่อไปนี้ (๑) ควบคุมดูแลกิจการลูกเสือให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบของทางราชการและคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ (๒) ส่งเสริมและสนับสนุนความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าของกิจการลูกเสือ (๓) ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมลูกเสือทั้งในและนอกสถานศึกษา (๔) ควบคุมดูแลทรัพย์สินในกิจการของลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา (๕) พิจารณารายงานประจําปีของสํานักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษาและรายงานให้คณะกรรมการลูกเสือจังหวัดทราบ (๖) ให้ความเห็นชอบในแผนปฏิบัติการประจําปี (๗) ให้คําแนะนําแก่ผู้อํานวยการสถานศึกษาในการปฏิบัติงานหรือจัดกิจกรรมลูกเสือ (๘) จัดให้มีทะเบียนและสถิติต่างๆ เกี่ยวกับลูกเสือ (๙) กํากับดูแล สนับสนุนและส่งเสริมกิจการลูกเสือชาวบ้านในเขตพื้นที่การศึกษา (๑๐) ออกระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับกิจการลูกเสือ เพื่อความเหมาะสมแก่การปกครองในเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะต้องไม่ขัดแย้งกับกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบของทางราชการและคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ
ม.39ที่ตั้ง สำนักงานลูกเสือเขต▶
ให้มีสํานักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษาอยู่ในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น โดยมีผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นหัวหน้าสํานักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษาบังคับบัญชาและรับผิดชอบการดําเนินงานของสํานักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา และให้รองผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาซึ่งผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบหมายเป็นผู้ช่วยหัวหน้าสํานักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา
ม.40ทรัพย์สินไม่เป็นที่ราชพัสดุ▶
บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่สํานักงานลูกเสือแห่งชาติได้มาโดยมีผู้อุทิศให้ หรือได้มาจากการซื้อด้วยเงินรายได้ของสํานักงาน หรือแลกเปลี่ยนกับทรัพย์สินของสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ หรือได้มาโดยวิธีอื่น ไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ และให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ การจําหน่ายหรือแลกเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ของสํานักงานตามวรรคหนึ่งให้กระทําได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติ เว้นแต่เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ เมื่อคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติไม่ขัดข้องและได้รับค่าตอบแทนจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานนั้นแล้วให้กระทําโดยพระราชกฤษฎีกา
ม.41ทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศ▶
ทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้แก่สํานักงานลูกเสือแห่งชาติจะต้องจัดการตามเงื่อนไขที่ผู้อุทิศให้กําหนดไว้ และต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสํานักงานลูกเสือแห่งชาติแต่ถ้ามีความจําเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขดังกล่าว สํานักงานลูกเสือแห่งชาติต้องได้รับความยินยอมจากผู้อุทิศให้หรือทายาท หากไม่มีทายาทหรือทายาทไม่ปรากฏจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ
ม.42ทรัพย์สินไม่อยู่ในการบังคับคดี▶
ทรัพย์สินของสํานักงานลูกเสือแห่งชาติไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี และบุคคลใดจะยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับสํานักงานลูกเสือแห่งชาติในเรื่องทรัพย์สินมิได้
ม.43การตั้ง/ยุบหน่วยลูกเสือ▶
การตั้ง การยุบ การจัดหน่วยลูกเสือ เหล่าลูกเสือ และประเภทลูกเสือ ทั้งปวงให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง
ม.44การเข้า/ออกลูกเสือ▶
การเข้าเป็นลูกเสือ การออกจากลูกเสือ การจัดประเภทชั้นเหล่า และการฝึกอบรมลูกเสือในสถานศึกษาหรือนอกสถานศึกษา ให้เป็นไปตามข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ
ม.45ตำแหน่งผู้บังคับบัญชาลูกเสือ▶
ตําแหน่งผู้บังคับบัญชาลูกเสือมีลําดับดังต่อไปนี้ (๑) ผู้อํานวยการใหญ่ (๒) รองผู้อํานวยการใหญ่ (๓) ผู้ช่วยผู้อํานวยการใหญ่ (๔) ผู้อํานวยการลูกเสือจังหวัด (๕) รองผู้อํานวยการลูกเสือจังหวัด (๖) ผู้ช่วยผู้อํานวยการลูกเสือจังหวัด (๗) ผู้อํานวยการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา (๘) รองผู้อํานวยการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา (๙) ผู้อํานวยการลูกเสือโรงเรียน (๑๐) รองผู้อํานวยการลูกเสือโรงเรียน (๑๑) ผู้กํากับกลุ่มลูกเสือ (๑๒) รองผู้กํากับกลุ่มลูกเสือ (๑๓) ผู้กํากับกองลูกเสือ (๑๔) รองผู้กํากับกองลูกเสือ (๑๕) นายหมู่ลูกเสือ (๑๖) รองนายหมู่ลูกเสือ
ม.46การแต่งตั้ง ผบ.ระดับสูง▶
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้อํานวยการใหญ่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นรองผู้อํานวยการใหญ่ และรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ช่วยผู้อํานวยการใหญ่ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อํานวยการลูกเสือจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นรองผู้อํานวยการลูกเสือจังหวัด และปลัดจังหวัดเป็นผู้ช่วยผู้อํานวยการลูกเสือจังหวัด ให้ผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้อํานวยการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษาและรองผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษาเป็นรองผู้อํานวยการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา การแต่งตั้งผู้บังคับบัญชาลูกเสือตามมาตรา๔๕ (๙) ถึง(๑๖) ให้เป็นไปตามข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ
ม.47ตำแหน่งผู้ตรวจการลูกเสือ▶
ตําแหน่งผู้ตรวจการลูกเสือมีลําดับดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ตรวจการใหญ่พิเศษ (๒) ผู้ตรวจการใหญ่ (๓) รองผู้ตรวจการใหญ่ (๔) ผู้ตรวจการลูกเสือประจําสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ (๕) รองผู้ตรวจการลูกเสือประจําสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ (๖) ผู้ช่วยผู้ตรวจการลูกเสือประจําสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ (๗) ผู้ตรวจการลูกเสือจังหวัด (๘) รองผู้ตรวจการลูกเสือจังหวัด (๙) ผู้ช่วยผู้ตรวจการลูกเสือจังหวัด (๑๐) ผู้ตรวจการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา (๑๑) รองผู้ตรวจการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา
ม.48การแต่งตั้ง ผตก.ระดับสูง▶
ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตรวจการใหญ่พิเศษ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตรวจการใหญ่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ อธิบดีกรมการปกครอง และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นรองผู้ตรวจการใหญ่ การแต่งตั้งผู้ตรวจการลูกเสือและการกําหนดหน้าที่ของผู้ตรวจการลูกเสือตามมาตรา๔๗ (๔) ถึง(๑๑) ให้เป็นไปตามข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ
ม.49หน้าที่ผู้ตรวจการลูกเสือ▶
ผู้ตรวจการลูกเสือมีหน้าที่ตรวจตรา แนะนํา ชี้แจง และรายงาน เพื่อให้การบริหารงานลูกเสือเป็นไปตามนโยบายข้อบังคับระเบียบ และแบบธรรมเนียมของลูกเสือ
ม.50ธงลูกเสือ▶
ให้มีธงคณะลูกเสือแห่งชาติและธงลูกเสือประจําจังหวัดโดยรับพระราชทานจากประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ ให้มีธงคณะลูกเสือไทยและธงลูกเสืออื่นๆ เพื่อประโยชน์ในการร่วมกิจกรรมระดับนานาชาติ ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง
ม.51เครื่องแบบและการแต่งกาย▶
เครื่องแบบและการแต่งกายลูกเสือให้เป็นไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง
ม.52วินัยลูกเสือ▶
ลูกเสือต้องปฏิบัติตามวินัยซึ่งกําหนดไว้ในข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติและตามแบบธรรมเนียมของลูกเสือ
ม.53เครื่องราชฯ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ▶
ให้มีเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ ไว้สําหรับพระราชทานแก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่หนึ่งและได้มีอุปการคุณช่วยเหลือกิจการลูกเสืออย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันที่ได้รับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่หนึ่ง
ม.54ลักษณะดวงตรา▶
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามมาตรา๕๓ เป็นดวงตราด้านหน้ามีลักษณะเป็นรูปไข่พื้นลงยาสีน้ำเงินขนาดกว้าง๒.๕ เซนติเมตรยาว๓.๓ เซนติเมตรกลางดวงตรามีตราหน้าเสือประกอบวชิระเงินล้อมด้วยเม็ดไข่ปลาสีทองและมีรัศมีเงินโดยรอบแปดแฉกคั่นด้วยกระจังสีทองเบื้องบนมีพระมหามงกุฎรัศมีฉลุโปร่งและเลข "๙" สีทองด้านหลังกลางดวงตราเป็นดุมพื้นลงยาสีม่วงมีรูปตราของคณะลูกเสือโลก เบื้องล่างมีอักษรสีเงินว่า "เราจะทํานุบํารุงกิจการลูกเสือสืบไป" ที่ขอบส่วนบนของดวงตรามีห่วงห้อยแพรแถบสําหรับคล้องคอขนาดกว้าง๔ เซนติเมตรมีริ้วสีเหลืองกว้าง๒.๒ เซนติเมตรอยู่กลางริมทั้งสองข้างมีริ้วสีขาวกว้าง๓มิลลิเมตรและริ้วสีดํากว้าง๖ มิลลิเมตร
ม.55เหรียญลูกเสือสรรเสริญ▶
ให้มีเหรียญลูกเสือสรรเสริญเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไว้สําหรับพระราชทานแก่ลูกเสือและบุคลากรทางการลูกเสือผู้มีความดีความชอบ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา๕๗
ม.56ลักษณะเหรียญสรรเสริญ▶
เหรียญลูกเสือสรรเสริญเป็นเหรียญเงินมีลักษณะกลมรี ขนาดกว้าง๒.๕ เซนติเมตรยาว๓.๒ เซนติเมตรด้านหน้าตรงกลางมีตราหน้าเสือประกอบวชิระริมขอบส่วนบนมีอักษรว่า "ลูกเสือ" และส่วนล่างมีอักษรว่า "เสียชีพอย่าเสียสัตย์" ตราหน้าเสือประกอบวชิระและตัวอักษรให้ทําเป็นลายดุน ด้านหลังเป็นพื้นเกลี้ยงจารึกนาม เลขหมายประจําตัวของผู้ซึ่งได้รับพระราชทาน นามหน่วยลูกเสือที่สังกัดและวันที่พระราชทาน ที่ขอบส่วนบนของเหรียญมีห่วงห้อยแพรแถบ ขนาดกว้าง๒.๔ เซนติเมตรมีริ้วสีดํากว้าง๑.๒ เซนติเมตรอยู่กลางริมทั้งสองข้างมีริ้วสีเหลืองกว้าง๖ มิลลิเมตร ประดับที่อกเสื้อเหนือปกกระเป๋าเบื้องซ้าย เหรียญลูกเสือสรรเสริญ มีลําดับเป็นสามชั้นดังต่อไปนี้ ชั้นที่หนึ่งมีเฟลอร์เดอลีส์ทําด้วยโลหะเงินประดับที่แพรแถบสองดอกตามแนวนอน ชั้นที่สองมีเฟลอร์เดอลีส์ทําด้วยโลหะเงินประดับที่แพรแถบตรงกิ่งกลางหนึ่งดอก ชั้นที่สามไม่มีเฟลอร์เดอลีส์ประดับที่แพรแถบ
ม.57เกณฑ์เหรียญสรรเสริญ▶
เหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่หนึ่งจะพระราชทานแก่ผู้มีความดีความชอบซึ่งได้ทําการรักษาความปลอดภัยหรือสันติสุขเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หรือได้ช่วยชีวิตผู้ตกอยู่ในอันตราย ทั้งนี้โดยตนเองได้ฝ่าอันตรายจนถึงขนาดที่สมควรได้รับพระราชทานเหรียญนี้หรือตนเองได้ประสบอันตรายถึงทุพพลภาพหรือถึงเสียชีวิต เหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่สองจะพระราชทานแก่ผู้มีความดีความชอบซึ่งได้ช่วยชีวิตผู้ตกอยู่ในอันตรายโดยตนเองได้ประสบอันตรายหรือฝ่าอันตราย หรือแก่ผู้ซึ่งได้ทําความดีความชอบในข้อต่อไปนี้ทุกข้อรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยครั้งและในแต่ละข้อไม่น้อยกว่าสิบครั้งคือ (๑) ช่วยเหลือผู้ได้รับทุกข์ยากลําบากที่ควรช่วย (๒) ช่วยเหลือหรือป้องกันผู้อื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่นให้พ้นอันตราย (๓) ช่วยสัตว์ให้พ้นจากการทรมานหรือพ้นทุกขเวทนา (๔) ทําการปฐมพยาบาล (๕) ช่วยเหลือราชการ (๖) ช่วยเหลือกิจการอันเป็นสาธารณกุศล (๗) ช่วยเหลือผู้ปกครอง (๘) ช่วยเหลือกิจการต่างๆ ของโรงเรียน หรือสถานที่ทํางานซึ่งไม่ใช่หน้าที่ตามปกติ เหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่สามจะพระราชทานแก่ผู้มีความดีความชอบซึ่งได้ช่วยชีวิตผู้ตกอยู่ในอันตรายแม้เพียงครั้งเดียว หรือแก่ผู้ซึ่งได้ทําความดีความชอบตามเกณฑ์สําหรับเหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่สองทุกข้อรวมกันไม่น้อยกว่าห้าสิบครั้งและในแต่ละข้อไม่น้อยกว่าห้าครั้ง
ม.58เหรียญลูกเสือสดุดี▶
ให้มีเหรียญลูกเสือสดุดีเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไว้สําหรับพระราชทานแก่บุคลากรทางการลูกเสือและบุคคลอื่นบรรดาที่มีอุปการคุณต่อการลูกเสือถึงขนาด หรือที่ได้อุทิศกําลังกายหรือกําลังความคิดในการประกอบกิจการให้บังเกิดคุณประโยชน์แก่การลูกเสือ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๐
ม.59ลักษณะเหรียญสดุดี▶
เหรียญลูกเสือสดุดีเป็นเหรียญเงินมีลักษณะกลมรีขนาดกว้าง๒.๕ เซนติเมตรยาว๓.๒ เซนติเมตรด้านหน้าตรงกลางมีตราหน้าเสือประกอบวชิระริมขอบส่วนบนมีอักษรว่า "ลูกเสือ" และส่วนล่างมีอักษรว่า "เสียชีพอย่าเสียสัตย์" ตราหน้าเสือประกอบวชิระและตัวอักษรให้ทําเป็นลายดุนด้านหลังเป็นพื้นเกลี้ยงจารึกนามของผู้ซึ่งได้รับพระราชทานและวันที่พระราชทาน ที่ขอบส่วนบนของเหรียญมีห่วงห้อยแพรแถบ ขนาดกว้าง๒.๔ เซนติเมตรมีริ้วสีเหลืองกว้าง๑.๒ เซนติเมตรอยู่กลางริมทั้งสองข้างมีริ้วสีดํากว้าง๖ มิลลิเมตรประดับที่อกเสื้อเหนือปกกระเป๋าเบื้องซ้าย เหรียญลูกเสือสดุดีมีลําดับเป็นสามชั้นดังต่อไปนี้ ชั้นที่หนึ่งมีเข็มวชิระทําด้วยโลหะเงินประดับที่แพรแถบตรงกิ่งกลางในแนวทางดิ่งหนึ่งเข็ม ชั้นที่สองมีเข็มหน้าเสือทําด้วยโลหะเงินประดับที่แพรแถบตรงกิ่งกลางในแนวทางดิ่งหนึ่งเข็ม ชั้นที่สามไม่มีเข็มวชิระและเข็มหน้าเสือประดับที่แพรแถบ
ม.60เกณฑ์เหรียญสดุดี▶
เหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่หนึ่งจะพระราชทานแก่ผู้ที่มีอุปการคุณต่อการลูกเสือถึงขนาดหรือที่ได้อุทิศกําลังกายหรือกําลังความคิดในการประกอบกิจการให้บังเกิดคุณประโยชน์แก่การลูกเสืออย่างยิ่งตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติกําหนด เหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่สองจะพระราชทานแก่ผู้ที่มีอุปการคุณต่อการลูกเสืออย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑) บริจาคเงินหรือทรัพย์สิ่งของต่างๆ ครั้งเดียวหรือหลายครั้งรวมกันเป็นจํานวนเงินไม่น้อยกว่าที่คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติกําหนด (๒) ช่วยเหลือเป็นอย่างดีในการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือระดับที่หนึ่งวิชาผู้กํากับลูกเสือขั้นความรู้เบื้องต้นหรือขั้นความรู้ชั้นสูงโดยอยู่ประจําตลอดการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าห้าสิบครั้ง หรือระดับที่สองการให้การฝึกอบรมแก่ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมวิชาผู้กํากับลูกเสือแล้ว โดยอยู่ประจําตลอดการฝึกอบรมไม่น้อยกว่ายี่สิบครั้ง (๓) ช่วยเหลือกิจการลูกเสือด้านอื่นๆ จนเกิดผลดีแก่การลูกเสือติดต่อกันมาไม่น้อยกว่าห้าปี และปีหนึ่งๆ ไม่น้อยกว่าสิบครั้ง (๔) ช่วยเหลือและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างคณะลูกเสือไทยกับคณะลูกเสือต่างประเทศเป็นอย่างดียิ่ง เหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่สามจะพระราชทานแก่ผู้ที่มีอุปการคุณต่อการลูกเสืออย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑) บริจาคเงินหรือทรัพย์สิ่งของต่างๆ ครั้งเดียวหรือหลายครั้งรวมกันเป็นจํานวนเงินไม่น้อยกว่าที่คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติกําหนด (๒) ช่วยเหลือเป็นอย่างดีในการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือระดับที่หนึ่งวิชาผู้กํากับลูกเสือขั้นความรู้เบื้องต้นหรือขั้นความรู้ชั้นสูงโดยอยู่ประจําตลอดการฝึกอบรมไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าครั้ง หรือระดับที่สองการให้การฝึกอบรมแก่ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมวิชาผู้กํากับลูกเสือแล้ว โดยอยู่ประจําตลอดการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าสิบครั้ง (๓) ช่วยเหลือเป็นอย่างดีในการฝึกอบรมวิชานายหมู่ลูกเสือหรือวิชาลูกเสือประเภทต่างๆ โดยอยู่ประจําตลอดการฝึกอบรมครั้งละสามวันไม่น้อยกว่าห้าสิบครั้ง (๔) ช่วยเหลือกิจการลูกเสือด้านอื่นๆ จนเกิดผลดีแก่การลูกเสือติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามปี และปีหนึ่งๆ ไม่น้อยกว่าห้าครั้ง (๕) ช่วยเหลือและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างคณะลูกเสือไทยกับคณะลูกเสือต่างประเทศเป็นอย่างดี
ม.61เหรียญลูกเสือยั่งยืน▶
ให้มีเหรียญลูกเสือยั่งยืนเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ไว้สําหรับพระราชทานเป็นบําเหน็จความชอบในราชการให้แก่บุคลากรทางการลูกเสือที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าปี ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ทํางานด้วยความเรียบร้อยไม่เกิดความเสียหาย ก่อให้เกิดผลดีต่อกิจการลูกเสือ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติกําหนด
ม.62ลักษณะเหรียญยั่งยืน▶
เหรียญลูกเสือยั่งยืนมีลักษณะเป็นเหรียญเงินรูปหกเหลี่ยมตัวเหรียญหมุนได้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๓.๓ เซนติเมตร มีมุมแหลมอยู่ด้านบนติดกับห่วงห้อยร้อยแพรแถบ มีขอบสองชั้นด้านหน้ากลางเหรียญมีหน้าเสือประกอบวชิระทําเป็นลายดุน ภายในกรอบเป็นวงกลมยกระดับพ่นทรายด้าน ด้านหลังเป็นตราคณะลูกเสือแห่งชาติ ขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า "บําเหน็จแห่งความยั่งยืน" อยู่บนพื้นพ่นทรายด้าน ด้านบนแพรแถบเป็นเข็มกลัดมีลักษณะเป็นแถบโลหะสีเงิน ภายในมีข้อความว่า "เสียชีพอย่าเสียสัตย์" ล้อมด้วยรูปเกลียวเชือกผูกเป็นปมเงื่อนพิรอด แพรแถบกว้าง ๓ เซนติเมตรมีริ้วสีแดงกว้าง ๑๑ มิลลิเมตรอยู่กลาง ริมทั้งสองข้างมีริ้วสีดํากว้าง ๓ มิลลิเมตรถัดจากริ้วสีดําเป็นริ้วสีขาวกว้าง ๒ มิลลิเมตรและริ้วสีเหลืองอยู่ริมแพรแถบกว้าง ๔.๕ มิลลิเมตร ประดับที่อกเสื้อเหนือปกกระเป๋าเบื้องซ้าย
ม.63ขั้นตอนขอพระราชทาน▶
เมื่อคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติพิจารณาเห็นว่าผู้ใดสมควรได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ เหรียญลูกเสือสรรเสริญ เหรียญลูกเสือสดุดี และเหรียญลูกเสือยั่งยืน ให้นํากราบบังคมทูลขอรับพระราชทานต่อไป
ม.64ประกาศนามในราชกิจจา▶
ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ เหรียญลูกเสือสรรเสริญ เหรียญลูกเสือสดุดี และเหรียญลูกเสือยั่งยืนทุกชั้น ให้ประกาศนามในราชกิจจานุเบกษา
ม.65สิทธิและการตกทอด▶
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ เหรียญลูกเสือสรรเสริญ เหรียญลูกเสือสดุดีและเหรียญลูกเสือยั่งยืน ให้เป็นสิทธิแก่ผู้ที่ได้รับพระราชทาน เมื่อผู้ได้รับพระราชทานวายชนม์ให้ตกทอดแก่ทายาทเพื่อรักษาไว้เป็นที่ระลึก
ม.66เข็มลูกเสือสมนาคุณ▶
ให้มีเข็มลูกเสือสมนาคุณไว้สําหรับตอบแทนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นเพื่อบํารุงการลูกเสือ เข็มลูกเสือสมนาคุณมีลําดับเป็นสี่ชั้นดังต่อไปนี้ เข็มลูกเสือสมนาคุณขั้นพิเศษ เข็มลูกเสือสมนาคุณชั้นที่หนึ่ง เข็มลูกเสือสมนาคุณชั้นที่สอง เข็มลูกเสือสมนาคุณชั้นที่สาม ลักษณะของเข็มลูกเสือสมนาคุณและเงื่อนไขในการให้เข็มลูกเสือสมนาคุณให้เป็นไปตามข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ
ม.67เข็มลูกเสือบำเพ็ญประโยชน์▶
ให้มีเข็มลูกเสือบําเพ็ญประโยชน์เพื่อส่งเสริมการบําเพ็ญประโยชน์ของลูกเสือ ลักษณะและประเภทของเข็มลูกเสือบําเพ็ญประโยชน์ และเงื่อนไขในการให้เข็มลูกเสือบําเพ็ญประโยชน์ให้เป็นไปตามข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ
ม.68เทียบชั้นเหรียญเก่า▶
ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญที่ระลึกสําหรับลูกเสือหรือเหรียญลูกเสือสรรเสริญอยู่แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ จะใช้เหรียญนั้นประดับหรือจะใช้เหรียญลูกเสือสรรเสริญตามพระราชบัญญัตินี้ประดับก็ได้โดยเทียบชั้นดังนี้คือ เหรียญทองคําหรือเหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่หนึ่ง เทียบเท่ากับเหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่หนึ่งตามพระราชบัญญัตินี้ เหรียญเงินหรือเหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่สอง เทียบเท่ากับเหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่สองตามพระราชบัญญัตินี้ เหรียญโลหะขาวหรือเหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่สาม เทียบเท่ากับเหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่สามตามพระราชบัญญัตินี้
ม.69แต่งเครื่องแบบโดยไม่มีสิทธิ▶
ผู้ใดแต่งเครื่องแบบลูกเสือ หรือประดับเครื่องหมายลูกเสือโดยไม่มีสิทธิ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ หรือแต่งกายเลียนแบบหรือประดับเครื่องหมายเพื่อให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่าตนเป็นลูกเสือหรือบุคลากรทางการลูกเสือ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
ม.70ทำปลอมเข็มลูกเสือ▶
ผู้ใดทําปลอมเข็มลูกเสือสมนาคุณหรือเข็มลูกเสือบําเพ็ญประโยชน์ด้วยวิธีใดๆ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ
ม.71โอนกิจการจาก พ.ร.บ. ๒๕๐๗▶
ให้โอนบรรดากิจการทรัพย์สินสิทธิ หนี้สินและงบประมาณของคณะลูกเสือแห่งชาติตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๐๗ ไปเป็นของสํานักงานลูกเสือแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้โอนพนักงานและลูกจ้างของคณะลูกเสือแห่งชาติตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๐๗ ไปเป็นพนักงานและลูกจ้างของสํานักงานลูกเสือแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้
ม.72คณะกรรมการชุดเก่าทำงานต่อ▶
ให้สภาลูกเสือแห่งชาติ คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ คณะกรรมการลูกเสือจังหวัด คณะกรรมการลูกเสืออําเภอ ตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๐๗ ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ต่อไปจนกว่าจะได้มีสภาลูกเสือไทย คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ คณะกรรมการลูกเสือจังหวัดและคณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้
ม.73ค่ายลูกเสือเดิมถือว่าได้รับอนุญาต▶
ค่ายลูกเสือใดที่จัดตั้งและดํารงอยู่แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ถือว่าได้รับการอนุญาตเพื่อจัดตั้งค่ายลูกเสือตามพระราชบัญญัตินี้
ม.74กฎกระทรวงเดิมใช้บังคับโดยอนุโลม▶
ในระหว่างที่ยังมิได้ออกกฎกระทรวงข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ระเบียบ ประกาศ คําสั่ง เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ให้นํากฎกระทรวงข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ ระเบียบ ประกาศ หรือคําสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๐๗ ที่ใช้อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับมาใช้บังคับโดยอนุโลม